มมีเกมอยู่เกมนึงน่าสนใจมาก ผมเลยลองติดตั้งเพื่อเล่นดู เกมดังกล่าวมีชื่อว่า “Civilization IV” เป็นเกมสร้างอารยธรรมที่มีกราฟิกสวยดี เนื้อเรื่องก็ดี รายละเอียดก็ดี ผมเล่นหลายรอบมาก เล่นซ้ำ ๆ หลาย ๆ ครั้งเพื่อหารายละเอียดที่แตกต่างกัน
ผมพยายามจะลองเล่นเกมนี้ในทุก ๆ รูปแบบ ไม่เว้นแม้กระทั่งการโกงมัน (เพราะมันเปิดให้โกงได้) ผมโกงมันทุกวิถีทาง จึงทำให้ได้ข้อสรุปที่ไม่มีทางหาได้ หากผมเล่นเกมนี้แบบปรกติตรงไปตรงมา โดยข้อสรุปที่ได้มีดังนี้คือ..
  • สุดท้ายแล้วประเทศที่มีพื้นที่มากที่สุด จะกลายเป็นอภิมหาอำนาจในที่สุด
    ประเทศที่นำโด่งด้านความมั่งคั่งและเทคโนโลยีมาโดยตลอด จะถูกประเทศที่มีพื้นที่มากกว่าแซงนำในทุก ๆ ด้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
  • ประเทศที่ใหญ่กว่าจะไม่เกรงกลัวประเทศที่เล็กกว่า ถึงแม้ประเทศที่เล็กกว่าจะมีความมั่งคั่งหรือเทคโนโลยีสูงกว่าเพียงใดก็ตาม
  • ต่อให้เราเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุด แต่ถ้าหากเราถูกรุมตี เราก็มีโอกาสค่อย ๆ พ่ายแพ้ได้เช่นกัน
    การทำสงครามเป็นการขยายอำนาจที่มีต้นทุนแพงที่สุด แต่การขยายอำนาจด้วยวัฒนธรรมถึงแม้จะได้ผลชะงัดและใช้ต้นทุนต่ำ แต่ก็กินระยะเวลายาวนานอักโข
  • การพื้นที่ของประเทศไม่ใหญ่โตมากนัก แต่มีนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่, วิศวกรผู้ยิ่งใหญ่, ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่, นักบวชผู้ยิ่งใหญ่ และ พ่อค้าผู้ยิ่งใหญ่ จะช่วยส่งเสริมให้ประเทศมีเทคโนโลยีก้าวหน้า, มีกำลังการผลิตเหลือเฟือ, มีวัฒนธรรมแผ่ขยาย และมีความมั่งคั่งล้นเหลือ มากกว่าการมีพื้นที่มากมาย แต่ไม่มีบุคคลที่ยิ่งใหญ่กว่าเป็นไหน ๆ

ผมไม่ได้มาชวนเล่นเกมส์นะครับ...แต่กำลังจะเสนอมุมมองบางอย่าง สมมุตินะครับว่าประเทศแต่ละประเทศคือองค์กรๆ หนึ่ง พื้นที่ของประเทศเปรียบเหมือนพื้นที่ทางการตลาด งั้นเรามาดูข้อสรุปกันใหม่นะครับ...
  • สุดท้ายแล้วองค์กรที่มีพื้นที่ทางการตลาดมากที่สุด จะกลายเป็นอภิมหาอำนาจในที่สุด
    องค์กรที่นำโด่งด้านความมั่งคั่งทางการเงินและเทคโนโลยีมาโดยตลอด จะถูกองค์กรที่มีพื้นที่ทางการตลาดมากกว่าแซงนำในทุก ๆ ด้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
  • องค์กรที่ฐานลูกค้าใหญ่กว่าจะไม่เกรงกลัวองค์กรที่ฐานลูกค้าเล็กกว่า ถึงแม้องค์กรที่ฐานลูกค้าเล็กกว่าจะมีความมั่งคั่งทางการเงินหรือเทคโนโลยีสูงกว่าเพียงใดก็ตาม
  • ต่อให้เราเป็นองค์กรที่ใหญ่ที่สุด แต่ถ้าหากเราถูกรุมโจมตีแย่งส่วนแบ่งทางการตลาด เราก็มีโอกาสค่อย ๆ พ่ายแพ้ได้เช่นกัน
  • การทำสงครามโดยการใช้สื่อเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหรือการตลาดแบบเชิงรุก เป็นการขยายอำนาจทางการตลาดที่มีต้นทุนแพงที่สุด แต่การขยายอำนาจทางการตลาดด้วยวัฒนธรรมโดยยึดฐานลูกค้าเดิมและใช้คุณภาพของสินค้าเป็นการตลาดแบบบอกต่อถึงแม้จะได้ผลชะงัดและใช้ต้นทุนต่ำ แต่ก็กินระยะเวลายาวนานอักโข
  • ถึงพื้นที่ทางการตลาดขององค์กรไม่ใหญ่โตมากนัก แต่มีนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่, วิศวกรผู้ยิ่งใหญ่, ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่, นักบวชผู้ยิ่งใหญ่ และ พ่อค้าผู้ยิ่งใหญ่ หรือสรุปก็คือ..มีบุคคลากรที่มีความสามารถ มีความรู้จริงในด้านที่รับผิดชอบ ใจกว้าง มองโลกในแบบที่มันเป็น...(ทั้งหมดนี้มันคือความยิ่งใหญ่) จะช่วยส่งเสริมให้องค์กรมีเทคโนโลยีก้าวหน้า, มีกำลังการผลิตเหลือเฟือ, มีวัฒนธรรมแผ่ขยาย และมีความมั่งคั่งล้นเหลือ มากกว่าองค์กรที่มีพื้นที่ทางการตลาดมากมาย แต่ไม่มีบุคคลากรที่ยิ่งใหญ่กว่าเป็นไหน ๆ
กมส์..มันก็เอามาจากชีวิตจริงซะ 80% แหละครับ ส่วนอีก 20% เป็นส่วนที่เพิ่มเติมเพื่อให้ความสนุก...(ประมาณนิยาย "สามก๊ก" กับพงศวดาร "สามก๊ก" จริงๆ มันไม่เหมือนกัน...ลองอ่านดูสิครับ) แต่เกมส์...มันยังโกงเพื่อหาข้อสรุปทั้งหมดออกมาเพื่อวางแผนได้...แต่กับธุรกิจจริงๆ มันโกงไม่ได้สิครับ เรื่องบางอย่างพลาดแล้วกลับมาแก้ไขใหม่ได้ ส่วนเรื่องบางอย่างพลาดแล้วพลาดเลยกว่าจะกลับมาได้อีกคงไม่ต่ำกว่า 5 ปี (Black List ของเครดิตบูโลไงครับ)
มันเป็นแค่มุมมองจากประสพการณ์ของผมเท่านั้นนะครับ...มันเป็นสิ่งที่ผมพบเห็นมาช่วงชีวิตการเป็น Outsourcing Software ให้กับธุรกิจใหญ่ๆ และเล็กๆ หลายแห่ง...มันเป็นสิ่งที่ผมพบเห็นมาช่วงชีวิตการทำธุรกิจของผมเอง ที่ได้พบเจอปัญหาการจัดการมากมาย...เลยขออนุญาติเอาสิ่งต่างๆ เหล่านี้มาเล่าสู่กันฟังกัน

Comment

Comment:

Tweet

คิดได้ยังไงครับ ผมไม่สนใจเกมหรอกครับแต่แนวคิดนี่มันใช้ได้เลย big smile

#4 By sixking (202.12.73.3) on 2009-08-19 20:58

ดีจังคับ เกมก็น่าเล่นด้วย big smile

#3 By TonHor on 2008-11-20 22:13

มุมมองหนึ่งท่น่าสนใจ confused smile

#2 By Shuu Exteen on 2008-11-20 17:25

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ..โลกกว้างขึ้นเยอะเลยHot!

#1 By hollow on 2008-11-20 11:53